Author: thaipost

“สายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า

ปัจจุบัน “โลกออนไลน์และการใช้สมาร์ทโฟน” มีผลกับการใช้ชีวิตและสุขภาพของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป และผลกระทบทางสุขภาพกายใจ ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้ผู้ใช้มีอาการซึมเศร้า ละเมอแชต หรือติดโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของ “ดวงตา” อย่างมีนัยสำคัญ

“ภาวะสายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า thaihealth

…ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2557 เผยว่า คนไทยใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ถึงร้อยละ 77 โดยเฉลี่ยใช้วันละ 7.2 ช.ม. เพิ่มขึ้น 2.6 ช.ม. จากปี 2556…

จากข้อมูลนี้กล่าวโดยสรุปได้ว่า เมื่อมีการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ย่อมส่งผลให้คนไทยมีปัญหาทางสายตามากขึ้นด้วย ยุคนี้หลายคนที่เคยสายตาดี เมื่อสายตาเริ่มมัว ก็เลยเข้าใจว่า ตนเองมีสายตาสั้นขึ้น แต่พอไปตรวจและวัดสายตาแล้วอาจพบว่า สายตาปกติ ชวนให้สงสัยว่าจริงๆ แล้ว เรานั้น  “สายตาสั้นเทียม” หรือ “สายตาสั้นจริง”

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง

ทำความรู้จัก “สายตาสั้นเทียม”

รศ.(พิเศษ) พญ.โสฬส วุฒิพันธุ์ ฝ่ายวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลน่ารู้ว่า ในช่วง 1 – 2 ปีนี้ตรวจพบ ภาวะสายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia) ของคนไข้มากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากยุคสมัยที่ทุกคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ และมองคอมพิวเตอร์เกือบตลอดเวลา โดยการ “เพ่ง” ที่มากเกินไปและนานเกินไปนี้ จะทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในตามีความผิดปกติ

“สายตาสั้นเทียม เกิดจากการหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในลูกตา โดยปกติเรามองดูของที่อยู่ใกล้ กล้ามเนื้อเล็กๆ ในตาจะหดตัวเพื่อให้เลนส์ตาโป่งออก ทำให้สภาพตาในขณะนี้เสมือนเป็นคนสายตาสั้น เราจึงมองเห็นของที่อยู่ใกล้ชัดขึ้น แต่พอเราเลิกมองใกล้ กล้ามเนื้อเหล่านี้ก็จะคลายตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้เราเห็นของที่ไกลชัดขึ้น ซึ่งปกติกล้ามเนื้อส่วนนี้ จะหดและคลายตัวสลับกันไปมาตลอด แต่หากเราใช้สายตาเพ่งดูจอมือถือหรือคอมพ์นานเกินไป ก็จะทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในตามีความผิดปกติได้ กล่าวคือ สายตาไม่คลายตัวแม้ไม่ได้มองใกล้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อหดตัวเกือบตลอดเวลาทำให้มีอาการเสมือนอยู่ในสภาพสายตาสั้น มองไม่ชัด แต่เมื่อใส่แว่นสายตาสั้น กลับมองชัดขึ้น” คุณหมออธิบาย

“ภาวะสายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า thaihealth

รู้ได้อย่างไร “สายตาสั้นเทียม”

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญ อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการของสายตาสั้นเทียมและสายตาสั้นจริง ส่วนที่เหมือนกันคือมองไกลไม่ชัดทั้งคู่ แต่สำหรับสายตาสั้นเทียมนั้นมีข้อสังเกตคือ มีอาการมองไม่ชัดค่อนข้างจะทันที เช่น ตามัวมา 1 อาทิตย์ ขณะที่สายตาสั้นจริงจะค่อยๆ มองไม่ชัดมานาน นอกจากนี้สายตาสั้นเทียม จะยังมีอาการปวดตาปวดหัว บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยหลังการใช้สายตามากๆ หรือนานๆ จะมีอาการตามัวมากขึ้น

“นอกจากนี้ การวัดสายตาแล้วได้ค่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน หรือเมื่อวัดสายตาหลังหยอดยาขยายม่านตาแล้วพบว่าค่าสายตาสั้นน้อยกว่าค่าที่ได้ก่อนหยอดยา ก็นับเป็นสายตาสั้นเทียมด้วย หรือเมื่อวัดสายตาแล้วสั้น -4.00 ลองใส่แว่น -4.00 แล้วยังเห็นไม่ชัด แต่ชอบแว่นที่สั้นมากกว่าสายตาที่วัดได้ เช่น ใส่แว่น -5.00 แล้วชัดมาก ก็แสดงว่าคนนี้มีภาวะสายตาสั้นเทียมเช่นกัน

ซึ่งในบางคนวัดสายตาอย่างเดียวยังไม่ชัดเจน หากให้หยอดยาขยายม่านตา ซึ่งช่วยทำให้กล้ามเนื้อในลูกตาที่หดตัวผิดปกติคลายออก แล้วลองวัดค่าสายตาใหม่ ถ้าวัดได้น้อยกว่าที่ตอนแรกวัดได้ เช่น ก่อนหยอดยา วัดสายตาสั้น -4.00 หลังหยอดตาวัดแล้วไม่มีสายตาสั้นเลย แสดงว่ารายนี้ก็มี สายตาสั้นเทียม”

ฉะนั้น หากสงสัยว่า สายตาสั้นเทียมหรือไม่ เหตุใดใส่แว่นแล้วยังเห็นไม่ชัด หรือใส่แล้วมีอาการปวดหัวร่วมด้วย การพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษาเพื่อดูแลสุขภาพตา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

“ภาวะสายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า thaihealthสายตาสั้นเทียม” รักษาได้

การดูแลสุขภาพตา หรือป้องกันภาวะสายตาสั้นเทียมในผู้ใหญ่ ควรพักสายตาเมื่อต้องทำงานแล้วเพ่งดูอะไรใกล้ใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน โดยควรพักสายตาทุก 30 นาที ด้วยการมองไกลๆ หรือไม่ต้องจ้องอะไรก็ได้ นาน 5 นาที” จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ

“ด้านการบริหารตาเพื่อบรรเทาอาการ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า สามารถรักษาภาวะสายตาสั้นเทียมได้ ให้ระวังว่าการบริหารตาโดยเฉพาะการเพ่งมอง อาจทำให้อาการแย่ลง นอกจากนี้ หากมีอาการ “ตามัว” มองไกลไม่ชัด อย่าเพิ่งคิดเอาเองว่า สายตาเราเพิ่มขึ้น แล้วไปตัดแว่นสายตาสั้นที่มีค่ามากกว่าเดิมมาใส่เอง แต่ควรตรวจเช็กอาการอย่างละเอียด รวมไปถึงลดการใช้สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ให้น้อยลง” รศ.(พิเศษ) พญ.โสฬส กล่าว

สำหรับการป้องกัน ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำให้ใช้อุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เลย ส่วนเด็กที่โตกว่า 2 ปี ไม่ควรใช้มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

เรื่องโดย : ชัชวรรณ ปัญญาพยัตจาติ Team Content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

Baby Monitor ช่วยให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

vtech_owl_monitor

Baby Monitor ช่วยให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

vtech_owl_monitor

Baby Monitor ของเล่นเด็กเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณแม่สามารถทำงานในส่วนอื่นๆของบ้านได้โดยที่ไม่ต้องวิ่งมาดูลูกน้อยอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้มีเวลาทำงานบ้านอื่นๆในขณะที่ลูกนอนหลับได้โดยไม่ต้องกังวล เหมือนกับลูกได้อยู่ในสายตาของคุณอยู่ตลอดเวลา ซึ่งชนิดของอุปกรณ์ Babay Monitor ที่มีวางจำหน่ายอยู่นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ Sound Baby Monitor และ Video Baby Monitor

  1. Sound Baby Monitor เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณแม่ได้ยินเสียงของลูก โดยเฉพาะลูกในวัยทารกที่มักจะส่งเสียงร้องซึ่งเมื่อคุณแม่ได้ยินเสียงเมื่อไหร่ก็สามารถหยุดกินกรรมต่างๆที่กำลังทำอยู่และเข้าไปดูแลลูกได้ทันเวลา
  2. Video Baby Monitor เป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งได้ทั้งภาพและเสียงในเวลาเดียวกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณแม่ได้มากขึ้นเพราะสามารถมองเห็นลูกได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ทำให้สามารถนั่งทำงานหรือทำกิจกรมต่างๆในส่วนอื่นของบ้านได้โดยไม่ต้องนั่งดูลูกอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังสะดวกสำหรับคุณแม่ที่ตื่นมาในตอนกลางคืนที่สามารถดูลูกได้ผ่านจอมอนิเตอร์โดยไม่ต้องลุกมาดูลูกทุก 1-2 ชั่วโมงซึ่งนอกจากจะทำให้คุณแม่พักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว บางครั้งก็ยังจะเป็นการรับกวนลูกน้อยในยามพักผ่อนอีกด้วย

นอกจากนี้ คุณแม่ยังสามารถใช้ของเล่นเด็ก Baby Monitor เพื่อดูแลในกรณีที่จ้างพี่เลี้ยงเด็กดูแลลูก เพราะพี่เลี้ยงบางคนที่ไม่ค่อยเอาใจใส่อาจจะมัวนั่งดูโทรทัศน์หรือทำงานบ้านอย่างอื่นจนอาจปล่อยปละละเลยลูกน้อย ทำให้คุณแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้นอีกทางหนึ่ง

เลือกซื้อ Baby Monitor อย่างไรดี

  • ความปลอดภัยในการใช้งาน ระบบของ Baby Monitor มีทั้งแบบ Analog และ Digital ซึ่งระบบ Analog มีราคาไม่แพงแต่ก็อาจทำให้คนอื่นๆที่อยู่ในช่วงสัญญาณเดียวกันได้รับสัญญาณเสียงได้ด้วย ในขณะที่ระบบ Digital จะมีความเป็นส่วนตัวและมีความปลอดภัยมากกว่าเพราะมีการเข้ารหัสเสียงและวีดีโอเพื่อป้องกันการดักสัญญาณและช่วยลดการรบกวนสัญญาณของอุปกรณ์อื่นๆได้อีกด้วย
  • ภาพและเสียง คุณแม่ต้องพิจารณาว่าต้องการได้ยินเพียงเสียงของลูกเมื่อลูกตื่นขึ้นมาหรือต้องการเห็นทั้งภาพและเสียงของลูกเพื่อเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติของกล้องของ Baby Monitor นั้นมีทั้งแบบจอขาวดำและจอสี รวมทั้งจอภาพแบบ Full HD ที่ให้ภาพคมชัด
  • กล้อง อุปกรณ์ Baby Monitor มีทั้งกล้องแบบตั้งโต๊ะและกล้องที่ใช้แขวนกับผนังห้อง รวมทั้งคุณสมบัติที่สามรถหมุนได้รอบทิศทางเพื่อการดูแลที่ครอบคลุม หากคุณแม่ต้องการดูลูกในช่วงกลางคืนด้วย ควรเลือกแบบที่มี Auto night sensor ที่ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ห้องลูกมืดสนิท

Baby Monitor เป็นเครื่องมือในการเฝ้าดูแลลูกสำหรับคุณแม่ที่ต้องทำงานในส่วนต่างๆของบ้าน ของเล่นเด็กเพื่อให้คุณแม่สามารถดูลูกได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องนั่งเฝ้าอยู่กับที่