สุขภาพ

“สายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า

ปัจจุบัน “โลกออนไลน์และการใช้สมาร์ทโฟน” มีผลกับการใช้ชีวิตและสุขภาพของผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป และผลกระทบทางสุขภาพกายใจ ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้ผู้ใช้มีอาการซึมเศร้า ละเมอแชต หรือติดโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของ “ดวงตา” อย่างมีนัยสำคัญ

“ภาวะสายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า thaihealth

…ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2557 เผยว่า คนไทยใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ถึงร้อยละ 77 โดยเฉลี่ยใช้วันละ 7.2 ช.ม. เพิ่มขึ้น 2.6 ช.ม. จากปี 2556…

จากข้อมูลนี้กล่าวโดยสรุปได้ว่า เมื่อมีการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ย่อมส่งผลให้คนไทยมีปัญหาทางสายตามากขึ้นด้วย ยุคนี้หลายคนที่เคยสายตาดี เมื่อสายตาเริ่มมัว ก็เลยเข้าใจว่า ตนเองมีสายตาสั้นขึ้น แต่พอไปตรวจและวัดสายตาแล้วอาจพบว่า สายตาปกติ ชวนให้สงสัยว่าจริงๆ แล้ว เรานั้น  “สายตาสั้นเทียม” หรือ “สายตาสั้นจริง”

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง

ทำความรู้จัก “สายตาสั้นเทียม”

รศ.(พิเศษ) พญ.โสฬส วุฒิพันธุ์ ฝ่ายวิชาการ ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลน่ารู้ว่า ในช่วง 1 – 2 ปีนี้ตรวจพบ ภาวะสายตาสั้นเทียม (Pseudomyopia) ของคนไข้มากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากยุคสมัยที่ทุกคนก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ และมองคอมพิวเตอร์เกือบตลอดเวลา โดยการ “เพ่ง” ที่มากเกินไปและนานเกินไปนี้ จะทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในตามีความผิดปกติ

“สายตาสั้นเทียม เกิดจากการหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในลูกตา โดยปกติเรามองดูของที่อยู่ใกล้ กล้ามเนื้อเล็กๆ ในตาจะหดตัวเพื่อให้เลนส์ตาโป่งออก ทำให้สภาพตาในขณะนี้เสมือนเป็นคนสายตาสั้น เราจึงมองเห็นของที่อยู่ใกล้ชัดขึ้น แต่พอเราเลิกมองใกล้ กล้ามเนื้อเหล่านี้ก็จะคลายตัวโดยอัตโนมัติ ทำให้เราเห็นของที่ไกลชัดขึ้น ซึ่งปกติกล้ามเนื้อส่วนนี้ จะหดและคลายตัวสลับกันไปมาตลอด แต่หากเราใช้สายตาเพ่งดูจอมือถือหรือคอมพ์นานเกินไป ก็จะทำให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กๆ ในตามีความผิดปกติได้ กล่าวคือ สายตาไม่คลายตัวแม้ไม่ได้มองใกล้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อหดตัวเกือบตลอดเวลาทำให้มีอาการเสมือนอยู่ในสภาพสายตาสั้น มองไม่ชัด แต่เมื่อใส่แว่นสายตาสั้น กลับมองชัดขึ้น” คุณหมออธิบาย

“ภาวะสายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า thaihealth

รู้ได้อย่างไร “สายตาสั้นเทียม”

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญ อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการของสายตาสั้นเทียมและสายตาสั้นจริง ส่วนที่เหมือนกันคือมองไกลไม่ชัดทั้งคู่ แต่สำหรับสายตาสั้นเทียมนั้นมีข้อสังเกตคือ มีอาการมองไม่ชัดค่อนข้างจะทันที เช่น ตามัวมา 1 อาทิตย์ ขณะที่สายตาสั้นจริงจะค่อยๆ มองไม่ชัดมานาน นอกจากนี้สายตาสั้นเทียม จะยังมีอาการปวดตาปวดหัว บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยหลังการใช้สายตามากๆ หรือนานๆ จะมีอาการตามัวมากขึ้น

“นอกจากนี้ การวัดสายตาแล้วได้ค่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน หรือเมื่อวัดสายตาหลังหยอดยาขยายม่านตาแล้วพบว่าค่าสายตาสั้นน้อยกว่าค่าที่ได้ก่อนหยอดยา ก็นับเป็นสายตาสั้นเทียมด้วย หรือเมื่อวัดสายตาแล้วสั้น -4.00 ลองใส่แว่น -4.00 แล้วยังเห็นไม่ชัด แต่ชอบแว่นที่สั้นมากกว่าสายตาที่วัดได้ เช่น ใส่แว่น -5.00 แล้วชัดมาก ก็แสดงว่าคนนี้มีภาวะสายตาสั้นเทียมเช่นกัน

ซึ่งในบางคนวัดสายตาอย่างเดียวยังไม่ชัดเจน หากให้หยอดยาขยายม่านตา ซึ่งช่วยทำให้กล้ามเนื้อในลูกตาที่หดตัวผิดปกติคลายออก แล้วลองวัดค่าสายตาใหม่ ถ้าวัดได้น้อยกว่าที่ตอนแรกวัดได้ เช่น ก่อนหยอดยา วัดสายตาสั้น -4.00 หลังหยอดตาวัดแล้วไม่มีสายตาสั้นเลย แสดงว่ารายนี้ก็มี สายตาสั้นเทียม”

ฉะนั้น หากสงสัยว่า สายตาสั้นเทียมหรือไม่ เหตุใดใส่แว่นแล้วยังเห็นไม่ชัด หรือใส่แล้วมีอาการปวดหัวร่วมด้วย การพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษาเพื่อดูแลสุขภาพตา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

“ภาวะสายตาสั้นเทียม” ใช่คุณหรือเปล่า thaihealthสายตาสั้นเทียม” รักษาได้

การดูแลสุขภาพตา หรือป้องกันภาวะสายตาสั้นเทียมในผู้ใหญ่ ควรพักสายตาเมื่อต้องทำงานแล้วเพ่งดูอะไรใกล้ใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน โดยควรพักสายตาทุก 30 นาที ด้วยการมองไกลๆ หรือไม่ต้องจ้องอะไรก็ได้ นาน 5 นาที” จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ

“ด้านการบริหารตาเพื่อบรรเทาอาการ ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า สามารถรักษาภาวะสายตาสั้นเทียมได้ ให้ระวังว่าการบริหารตาโดยเฉพาะการเพ่งมอง อาจทำให้อาการแย่ลง นอกจากนี้ หากมีอาการ “ตามัว” มองไกลไม่ชัด อย่าเพิ่งคิดเอาเองว่า สายตาเราเพิ่มขึ้น แล้วไปตัดแว่นสายตาสั้นที่มีค่ามากกว่าเดิมมาใส่เอง แต่ควรตรวจเช็กอาการอย่างละเอียด รวมไปถึงลดการใช้สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ให้น้อยลง” รศ.(พิเศษ) พญ.โสฬส กล่าว

สำหรับการป้องกัน ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ไม่แนะนำให้ใช้อุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์เลย ส่วนเด็กที่โตกว่า 2 ปี ไม่ควรใช้มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

เรื่องโดย : ชัชวรรณ ปัญญาพยัตจาติ Team Content www.thaihealth.or.th

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

“น้ำมันมะกอก” ชนิดไหนใช้ทอด ผัด หรือทานกับสลัด?

“น้ำมันมะกอก” ชนิดไหนใช้ทอด ผัด หรือทานกับสลัด?

มีใครสงสัยเรื่องประเภทของ “น้ำมันมะกอก” หรือเปล่า ทำไมบางชนิดใช้ทอดได้ บางชนิดใช้ใส่ในสลัดได้ แล้วเราจะเอาชนิดที่ใส่สลัดไปทอดได้หรือเปล่า Sanook! Health จะอธิบายให้ฟังค่ะ

 

ประเภทของน้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอกแบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น (extra virgin)

น้ำมันมะกอกประเภทนี้เป็นน้ำมันมะกอกที่มีสีเขียวเข้ม ไดด้มาจากการบีบเอาน้ำมันออกมาจากมะกอกสดๆ ดังนั้นจึงเป็นน้ำมันมะกอกที่ดีที่สุดในบรรดาน้ำมันมะกอกทุกประเภท และมีราคาสูง ใช้ทานสดๆ แบบผสมเป็นน้ำสลัด หรือทำเป็นซอสพาสต้าได้ แต่ต้องไม่ผ่านความร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำมันมะกอกสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการไป และไขมันดีก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันชนิดที่ไม่ดีต่อร่างกายแทน

ควร : นำไปผสมในน้ำสลัด ซอสต่างๆ ที่ไม่ต้องผ่านความร้อน

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการในการทอด หรือผัด

 

2. น้ำมันมะกอกเวอร์จิ้น (virgin)

เป็นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่ได้จากการบีบสดจากลูกมะกอกเหมือนกัน แต่ผลมะกอกจะแก่กว่า มีคุณภาพรองลงมาจากน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น ดังนั้นยังถือว่าดีต่อสุขภาพเหมือนกัน แค่ราคาจะถูกกว่าเล็กน้อย

ควร : นำไปผสมในน้ำสลัด ซอสต่างๆ ที่ไม่ต้องผ่านความร้อน

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการใช้การทอด หรือผัด

 

3. น้ำมันมะกอกแบบผสม (olive oil หรือ pure olive oil)

เป็นน้ำมันที่ผสมผสานกันระหว่าง น้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น กับน้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารเข้าไป ทำให้ได้ออกมาเป็นน้ำมันที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงใกล้เคียงกับน้ำมันมะกอก เอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้น แต่เพิ่มเติมคือทนความร้อนได้ดีขึ้น จึงสามารถนำไปประกอบอาหารโดยผ่านความร้อนแบบเร็วๆ ได้ แต่ก็ยังทอดไม่ได้ เพราะคุณค่าทางสารอาหารในน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นก็จะหายไป กลายเป็นไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายเหมือนเดิม

ควร : นำไปใช้ผัดอาหารแบบเร็วๆ เช่นผัดผัก ข้าวผัด

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการใช้ทอดอาหารนานๆ เด็ดขาด

 

4. น้ำมันมะกอกแบบผ่านกรรมวิธี (Refined Olive Oil, Light Olive Oil, Extra Light Olive Oil)

เป็นน้ำมันประเภทข้างบนแบบเพียวๆ โดยที่ไม่มีน้ำมันมะกอกเอ๊กซ์ตร้าเวอร์จิ้นผสมอยู่ ยังถือว่ามีคุณค่าทางสารอาหารดีๆ อยู่บ้าง แต่ก็หายไปบ้างจากการสกัดเอาสี กลิ่น รส เดิมออกไปโดยผ่ายกรรมวิธีทางเคมี และผ่านความร้อน ทำให้นำมันค่อนข้างใส และมีราคาไม่สูง แต่สามารถทนความร้อนได้สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ควร : นำมาใช้ทอดอาหารได้นานยิ่งขึ้น เช่น ทอดหมู ไก่ ปลา

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการนำมาทานสดๆ ผสมน้ำสลัด หรือผสมซอส

 

5. น้ำมันกากมะกอก (olive pomace oil)

มาจากการสกัดเอาน้ำมันออกมาจากกากมะกอกอีกที แล้วนำไปผ่านกรรมวิธีทางเคมี และผ่านความร้อน ถึงแม้ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอกเกรดคุณภาพต่ำที่สุด แต่ก็ยังสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภททอดที่ใช้เวลานาน แต่ก็มีค่าไขมันที่ไม่ดีต่อร่างกายสูงกว่าน้ำมันมะกอกชนิดอื่นๆ เช่นกัน จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก

ควร : นำมาใช้ทอดอาหารได้นานยิ่งขึ้น เช่น ทอดหมู ไก่ ปลา

ไม่ควร : ไม่เหมาะกับการนำมาทานสดๆ ผสมน้ำสลัด หรือผสมซอส

 

หากอยากรู้รายละเอียดของน้ำมันแต่ละประเภท กับไขมันอิ่มตัว และไม่อิ่มตัวอย่างละเอียด สามารถอ่านได้ใน “น้ำมันหมู VS น้ำมันพืช ตกลงอันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน?” นะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก medicthai.com
ภาพประกอบจาก istockphoto

หาหนทางแก้ปัญหาท้องผูก

หาหนทางแก้ปัญหาท้องผูก

โปรดใช้ความระมัดระวังที่จะไม่ให้คนหลายคนเจออาการ “ท้องผูก” กันด้วย เพราะมันไม่เพียงแต่สร้างความไม่สบายใจในการใช้ชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สุขภาพเสื่อมโทรมมากกว่าเดิมอีกด้วย และสาเหตุของการเกิดโรคริดสีดวงทวารก็มาจากอาการท้องผูกในระยะเริ่มต้นนี่เอง แต่เราก็ยังพอที่จะสามารถรักษาได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้นแล้วเคยสงสัยว่าวันหนึ่งเรากินอะไรเข้าไปล่ะ เราถึงมีอาการท้องผูก

หาหนทางแก้ปัญหาท้องผูก 2

ทางมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้ทำการวิจัยนั้น ได้แสดงให้เห็นว่าคนเรานั้นควรจะมีการเคลื่อนไหวของลำไส้ให้เป็นปกติทุกวัน เพื่อที่จะได้มีผลต่อการย่อยอาหารของกระเพราะอาหารและช่วยในการขับถ่ายด้วย ในการลำเลียงอาหารที่ย่อยแล้วและของเสียออกไป ไม่ให้มันไปอุดตันอยู่ในลำไส้นานๆนั่นเอง ที่จะทำให้คุณรู้สึกสะดวกสบายหากการเคลื่อนไหวของลำไส้เป็นปกติ การย่อยอาหารและการขับถ่ายก็จะเป็นปกติ แต่จุดที่เป็นเรามีปัญหากันบ่อยคือประเด็นที่ บางวันคนบางคนก็ไม่ได้ถ่ายนี้คืออาการระยะขั้นต้น และบางคนเป็นบ่อยเกินไปด้วยซ้ำหรือเกิดอาการแน่นท้องท้องอืดและท้องผูก ซึ่งจะทำให้สารตกค้างของอาหารที่เรากินในแต่ละวันมันค้างสะสมอยู่ในลำไส้มาเป็นเวลานานด้วย ร่างกายจะดูดซับน้ำมากขึ้นจากเศษอาหาร ปริมาณน้ำในอุจจาระอยู่ในระดับต่ำ ทำให้แข็งและลำบากในการขับถ่าย

เป็นไปได้อีกเช่นกันที่ในร่างกายเราจะมีสารพิษตกค้างในร่างกาย แถมยังเป็นการสะสมของเสียในลำไส้ไว้มากเกินไปอีกด้วยซ้ำ จะมีผลในทางจิตวิทยาทำให้หลายคนสูญเสียความเชื่อมั่นในการที่จะดำเนินชีวิตบางอย่างอีกด้วย ความรู้สึกไม่สบายท้องอึดอัดเป็นต้นเหตุที่ชัดเจน กลายเป็นความผิดหวังและหลายคนก็ยังโกรธง่ายเพราะอาการท้องผูกเป็นต้นเหตุทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวได้อีก ถ้าคุณปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรังสามารถนำไปสู่​​โรคริดสีดวงทวารหรือเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย แล้วแบบนี้จะทำอย่างไร ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกรุนแรงเช่นถ่ายเป็นเลือด ต้องเตรียมเข้าพบหมอก่อนแล้ว เป็นอาการที่ผู้หญิงทั้งหลายไม่อยากเจออีกด้วย

ข้อคิดดีๆ ก่อนใช้คอนแทคเลนส์ต้องทำอย่างไร ?

“คอนแทคเลนส์” ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับบางคนซึ่งมีปัญหาเกี่ยวระบบสายตา เพราะคอนแทคเลนส์จะทำหน้าที่เสมือนแว่นตาช่วยในเรื่องของการมองเห็น ซึ่งกล่าวได้ว่านี่เอาจป็นเพียงหน้าที่หลักของคอนแทคเลนส์เท่านั้น เพราะมีหลายคนใช้คอนแทคเลนส์เพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่น อย่างเช่น เพิ่มสีสันให้ดวงตา หรือแม้กระทั่งใส่เพื่อทำให้ดวงตานั้นดูกลมโตสวยงาม แต่คุณเองเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์หรือคุณเคยรู้หรือไม่ว่าคอนแทคเลนส์นั้นมีอันตรายต่อดวงตาของผู้ใช้ได้หรือไม่ หรือคุณมั่นใจได้แค่ไหนเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้คอนแทคเลนส์  ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าสิ่งใดที่มีคุณย่อมมีโทษได้เหมือนกันเป็นธรรมดา ก็เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์สามารถให้โทษได้อย่างแน่นอนถ้าคุณไม่รู้จักใช้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์อุปกรณ์ที่ใช้กับดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางและละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก

คอนแทคเลนส์

ซึ่งในความเป็นจริงนั้นการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ควรที่คิดอยากจะใช้ก็ซื้อตามท้องตลาดหรือร้านขายคอนแทคเลนส์มาใช้ได้เลยตามใจชอบ ซึ่งเป็นพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ที่เป็นเช่นนั้น เพราะจริงๆนั้นก่อนที่คนๆหนึ่งจะซื้อคอนแทคเลนส์มาใช้ได้หรือการที่คนๆหนึ่งสามารถใช้คอนแทคเลนส์ได้นั้นควรได้รับคำแนะนำจากจักษุแพทย์เสียก่อนเพื่อให้จักษุแพทย์วินิจฉัยเสียก่อนว่ามีโรคเกี่ยวกับดวงตาที่เป็นข้อห้ามในการใช้คอนแทคเลนส์หรือไม่ หรือเพื่อให้จักษุแพทย์วินิจฉัยว่าดวงตาของเราเหมาะสมกับเลนส์ชนิดใด เช่น เลนส์นั้นมีความโค้งที่สามารถเข้ากับความโค้งของกระจกดวงตาของคุณได้หรือไม่ ถ้าคับหรือหลวมมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หรือกรณีของการวินิจฉัยเกี่ยวกับปริมาณน้ำตา ว่าเหมาะสมกับเลนส์ชนิดใด เช่น ถ้าน้ำตาของคุณค่อนข้างที่จะมีน้อยก็ควรใช้เลนส์ชนิดแบบแข็ง เป็นต้น

ผลไม้ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

ในบ้านเรามีผลไม้หลายชนิดที่สามารถเลือกรับประทานกันได้เกือบทุกฤดูกาล และผลไม้แต่ละชนิดก็มีประโยชน์หลายอย่างสำหรับร่างกาย และผลไม้ที่สามารถต้านการเกิดมะเร็งอย่างได้ผลต้องเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน เพราะสารอาหารเหล่านี้มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง และผลไม้ที่มีสารเหล่านี้อยู่เป็นจำนวนมากก็อย่างเช่น ส้ม มะเขือเทศ มะละกอสุก ฝรั่ง สตรอเบอร์รี่ มะม่วงสุก กล้วยไข่ ส้มโอ มังคุด ลิ้นจี่ สาลี แคนตาลูป สับปะรด แก้วมังกร มะขามป้อม ลูกพลับ เชอร์รี่ เงาะโรงเรียน เป็นต้น

ปัญหาเรื่องฟัน ที่ใครๆก็อยากให้มันมีสีที่ขาวสะอาด

สุขภาพฟันถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายๆ คนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะกับเรื่องของสีฟัน คงไม่อยากมีใครปล่อยให้ฟันต้องกลายเป็นสีอื่นนอกจากสีขาว หลายคนขาดความมั่นใจในการยิ้มหรือพูดคุยกับคนรอบข้าง เพราะสีฟันดูขาวสะอาดเหมือนเดิม แต่ปัญหานี้ไม่ใช่ว่าจะไร้ทางแก้ไข เพราะปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำให้ฟันขาวหรือการฟอกฟันขาว อันดับแรกเราควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้สีของฟันเปลี่ยนไป รวมถึงวิธีการต่างๆ ที่ช่วยทำให้ฟันขาวได้อย่างปลอดภัย

สาเหตุที่ทำให้มีการเปลี่ยนของสีฟัน มีทั้งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องมาจากการได้รับปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มที่มากเกินไป  ทำให้มีจุดสีน้ำตาลบนฟัน ที่เรียกว่า ฟันตกกระ ฟันผุก็ส่งผลต่อสีของฟัน ที่สำคัญคือพฤติกรรมการทานอาหาร การดื่มกาแฟ ชา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มที่มีสีเป็นประจำ คราบจากการรับประทานอาหารที่มีสีจัดจะไปจับกับผิวฟัน นอกจากนี้ยังมีคราบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ และการสะสมของคราบแบคทีเรียหรือหินปูนที่เกิดจากการแปรงฟันที่ไม่สะอาดพอ

โดยธรรมชาติสีของฟันจะคล้ำขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น เพราะส่วนของเคลือบฟันที่บางลง จะทำให้สะท้อนสีส่วนของเนื้อฟันซึ่งอยู่ชั้นในและมีสีค่อนข้างเหลืองให้เห็นชัดขึ้น

สำหรับวิธีการทำให้ฟันขาวขึ้นนั้น วิธีที่ง่ายและปลอดภัยสามารถทำได้ด้วยตัวเอง คือการเลือกกินผักผลไม้สด เช่น แอปเปิ้ล เซเลอรี่ แพร์ แครอท เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ฟันดูขาวขึ้นตามธรรมชาติ ผักที่มีความกรุบกรอบ เช่น บรอคโคลี่ แตงกวา ผลมันฝรั่งหวานดิบ เป็นต้น จะช่วยลดคราบสีที่เกาะฟัน เพราะผักเหล่านี้จะช่วยขัดฟันของคุณในขณะเคี้ยว รวมถึงสตรอเบอร์รี่และส้มก็จะช่วยฟอกสีฟันของคุณได้ เพราะผลไม้ทั้งสองชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ หลังรับประทานอาหารทุกครั้งควรแปรงฟันและ/หรือบ้วนปากให้สะอาด รวมถึงการใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยเพื่อขจัดคราบต่างๆ ที่ติดตามซอกฟัน ซึ่งสามารถใช้ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากสูตรช่วยเพิ่มความขาว (Whitening) ที่มีขายตามท้องตลาดก็ได้ และถ้ามีการสะสมของคราบสีหรือหินปูนที่ผิวฟัน การขัดฟันหรือการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์ ก็ช่วยให้ฟันกลับมาขาวสวยเหมือนเดิมได้ ที่สำคัญคือควรงดอาหารที่มีผลต่อสีของฟันพวก ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่

คุณคิดว่า อาหารเสริมมีความจำเป็นหรือไม่

จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน  อาจทำให้หลายท่านคิดว่าการทานอาหารเสริมนั้นเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เพราะเราสามารถรับสารอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ได้จากการทานอาหารในแต่ละมื้ออยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินเสียทองไปกับการซื้ออาหารเสริมสู้เก็บเงินไว้ใช้ทำอย่างอื่นจะดีกว่าเพราะอาหารเสริมเดี๋ยวนี้ราคาค่อนข้างแพงเสียด้วย นี่จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ความสำคัญของอาหารเสริมลดลงไปอีก แต่นี่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด นั่นเป็นเพราะอาหารเสริมที่ช่วยในเรื่องความสวยความงามยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมถอย ถึงแม้จะมีราคาที่แพงก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกลูต้าไธโอน  คอลลาเจน หรือพวกวิตามินต่างๆ นั่นเอง

อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันสังคมของเราเป็นสังคมแห่งการเร่งรีบ ทำงานหรือใช้ชีวิตแข่งกับเวลา  ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจกับอาหารและโภชนาการการเท่าที่ควร คนทำงานส่วนมากเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงก็มักที่จะทานอาหารที่ร้าน ทานอาหารตามสั่งเพราะมีราคาถูกและรวดเร็วกว่าการกลับไปทำอาหารทานเองที่บ้านเป็นแน่ บางคนอาจคิดว่าทานแบบนี้ก็มีสารอาหารครบห้าหมู่เหมือนกันกับที่ทำทานเอง นั่นก็เป็นความคิดที่ไม่ผิดเพราะถ้าหากสั่งเมนูเช่น ก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ ซึ่งเป็นอาหารที่มีทั้งแป้ง โปรตีน ไขมัน และยังมีผักให้ได้ทานด้วยนั่นก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับบางคนทางอาหารอย่างอื่น เช่นผัดกระเพราต่างๆ จะสังเกตว่าผักที่จะได้ทานนั้นน้อยนิดเหลือเกิน ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนั้นอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ทานอาหารได้ไม่ครบห้าหมู่

จากที่กล่าวมาข้างต้นบางคนคิดว่าอาหารเสริมบำรุงสุขภาพไม่มีความจำเป็น เพราะสร้างความสิ้นเปลืองให้โดยใช่เหตุ แต่ยังเลือกที่จะเสียเงินให้กับอาหารเสริมที่เกี่ยวกับความสวยความงามแทน นั่นเป็นเพราะความต้องการหลักของผู้ซื้อมากกว่าว่าคิดอย่างไรกับอาหารเสริมแต่ละประเภท หากวัดจากความต้องการแล้ว  ถึงแม้สิ่งนั้นจะมีราคาแพงมากๆ แต่หากต้องการมากก็จะคิดว่ามันไม่แพง และสิ่งใดที่เราไม่เห็นความสำคัญถึงแม้จะมีราคาถูกกว่าแต่เราก็จะคิดว่ามันนั้นแสนที่จะแพงและสิ้นเปลือง แต่หากจะเทียบจากความสำคัญแล้วอาหารเสริมบำรุงสุขภาพนั้นมีความจำเป็นมากกว่าอาหารเสริมเพื่อความงาม นั่นเป็นเพราะถ้าหากเราสุขภาพดี แน่นอนว่าผิวของเราก็จะดีตามไปด้วย และนั่นเป็นบ่อเกิดแห่งความงามของหญิงสาวนั่นเอง